Friday, March 22, 2013

เรื่องเที่ยวๆ ของเราครอบครัวเล็ก

เมื่อต้นเดือนกุมภาฯ คิดจะเข้ามาอัฟเดทบล็อก เพราะได้ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างที่คิด วันนี้เข้ามาบันทึกข้อมูลเก็บไว้เป็นเรื่องเที่ยวๆ ของเราครอบครัวเล็ก ปีนี้ดิฉันจะกลับไปร้อนอยู่เมืองไทยเกิน 3เดือน ส่วนสมาชิกในครอบครัวเล็กจะตามมาอยู่ด้วยตอนปิดเทอมหน้าร้อน 2เดือนเต็ม เพื่อไม่ให้เบื่อและถือโอกาสเที่ยวโซนเอเชีย หลังจากได้ตั๋วเครื่องบินกลับไทย สองวันต่อมาก็ได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ซิตี้ 7วัน เดินทางกลางเดือนกรกฎาคม เรียกว่าจองจ่ายกันล่วงหน้าอีกแล้วค่ะท่าน 4เดือนกว่าๆ ก่อนเดินทางจริง และเพื่อความพร้อมสรรพก็ตามมาด้วยการจองโรงแรม สรุปได้ที่ 3ดาวครึ่ง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะว่าเราไม่สนใจสระว่ายน้ำ หรือห้องออกกำลังกายอุปกรณ์ครบครันในโรงแรม คืีอคิดว่าคงไม่ได้ใช้บริการในส่วนนี้ เลยเลือกที่จะจ่ายสำหรับห้องนอนขนาดใหญ่ 50ตรม. 1เตียงดับเบิ้ล 1เตียงเดี่ยว นอนสบายทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ประเภทห้องบิ้วซีเนสเดอลุกซ์ซึ่งอยู่ชั้นสูงๆ ซิตี้วิว อาหารเช้าหลากหลาย ดีกว่าจ่ายราคาเดียวกันให้กับห้องเล็กๆ ในโรงแรมที่มีจำนวนดาวมากกว่า ไลฟ์สไตล์คือกินกับนอนเรื่องใหญ่ ออกกำลังกายไม่ต้อง เพราะต้องเก็บแรงไปตะเวนเที่ยวกับทัวร์รายวัน กะไว้วันเว้นวัน แล้วก็พักผ่อนโดยขอใช้บริการนวดและสปาของชาวเวียดนาม... คนมีเงินน้อยแต่อยากเที่ยว ก็ต้องวางแผนล่วงหน้านานหน่อย เลือกซื้อตั๋วตอนโปรโมชั่น โรงแรมลดราคา เงื่อนไขพิเศษ จ่ายแล้วขอเงินคืนไม่ได้ อะไรประมาณนี้ ไปเที่ยวเวียดนามครั้งนี้ก็จ่ายไปน้อยกว่าราคาครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม เช่นเดียวกับราคาที่จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมไปเทียวมมิลาน

และแล้วอีก สองวันกว่าๆ ก็จะได้เดินทางไปมิลาน-เวนีส ประเทศอิตาลี เวลาผ่านไปไวจริงๆ หรือว่าช้าหนอ จองจ่ายล่วงหน้า 7เดือนสำหรับทริปนี้ คงได้ถ่ายรูปเยอะถ้าไม่ขี้เกียจ ดูที่เที่ยวที่กินเตรียมไว้แล้ว ส่วนตั๋วรถบัสไปกลับสนามบินไโรงแรม ตั๋วรถไฟไปกลับมิลาน-เวนีส ก็ซื้อไว้พร้อม เหลือจัดกระเป๋าอย่างเดียว จะพยามเก็บรูปมาฝากนะบล็อกจ๋า... ลิงค์รูปภาพประกอบ

Friday, October 26, 2012

ภารกิจสำคัญของแม่จัดให้ลูก

กลับจากเมืองไทยปีนี้ สิ่งที่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันและรวดเร็วเห็นจะเป็นเรื่องเที่ยว "ภารกิจสำคัญของแม่จัดให้ลูก" เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างเนินนานทีเดียว เพราะเดินทางจริงปีหน้า อีสเตอร์ พ.ศ.2556 รวมเวลาก่อนเดินทางประมาณ 7เดือน ก็สายการบินนอร์เวเจียนเขาฉลองครบรอบ 10 ปี มีตั๋วราคาถูกพิเศษไปยุโรป เคยคุยกันไว้เราน่าจะไปกินพิซซ่าที่อิตาลีกันสักครั้ง แล้วจะได้รู้ว่าพิซซ่าของแท้ที่อิตาลีหรือฝีมือแม่อันไหนจะอร่อยกว่ากัน เมืองที่เลือกก็คือมิลาน ดูราคาตั๋วแล้วถูกจริงถูกใจ ประมาณครึ่งนึงของราคาที่ควรจะเป็น ก็เลือกช่วงอิสเตอร์โดยเพิ่มเงินอีกหน่อย โซเฟียจะได้ไม่ต้องหยุดโรงเรียน ว่าแล้วก็ซื้อตั๋วกันเลย (28/8/2555) ตั๋วได้แล้วจ่ายตังแล้ว ก็มาดูโรงแรมกันบ้าง ครั้งที่ไปอันทาลีย-ตุรกี กับเครต้า-กรีซ เลือกแบบออลอินคลูซีฟ ปรากฏว่ากินกันแบบไม่กลัวอ้วน เพราะอ้วนอยู่แล้ว กินคุ้มสุดๆ แล้วที่เครต้า เบื่ออาหารกรีกจะตาย แต่ถ้าไปกินข้างนอกก็เปลืองตัง ทนกินต่อไปเพราะจ่ายแบบเหมารวมอาหาร ดังนั้นครั้งนี้จองแต่โรงแรมรวมอาหารเช้าก็พอ เพราะทริปนี้เราจะตะเวนหาอาหารอิตาเลี่ยนกินกัน โรงแรมที่หาไว้เน้นอยู่ในตัวเมืองใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักของมิลาน และสถานีรถไฟ (Milano Central railway station) เราจะนั่งรถไฟไปเที่ยวเวนิส และอาจได้ใช้บริการรถไฟไปเหยียบแผ่นดินสวิสฯ หรือฝรั่งเศสด้วย จากการตรากตรำอ่านค้นหาข้อมูลโรงแรมที่มิลานหลายสิบเว็บฯ ในที่สุดก็ได้โรงแรมที่ถูกใจคือ ตรงตามเป้าหมาย และเป็นโรงแรมที่ได้รับคะแนนโหวดสูงจากแขกที่ไปพัก ราคาก็พอไหวเพราะเลือกแบบจ่ายแล้วห้ามขอเงินคืน (non refundable)ไหนๆ ก็ตั้งใจเที่ยวเต็มที่ จ่ายก่อนล่วงหน้า 7เดือนจะเป็นไรไป ชื่อโรงแรม The Berna Hotel 4ดาว แขกหลายคนที่ไปพักแล้วรับประกันอาหารเช้าอร่อยและมีคุณภาพมาก อาหารเช้าของโรงแรมอาจได้เป็นทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันของเรา กินข้างนอกมื้อเย็นอย่างเดียวก็พอเนอะ ประหยัดกันหน่อยนะลูก ทริปนี้มีโอกาสน้ำหนักลดลงบ้าง Images of Hotel Berna, Milan
Images of Hotel Berna, Milan
Pictures of Hotel Berna, Milan
Pictures of Hotel Berna, Milan
ภาพประกอบจาก tripadvisor

Thursday, October 25, 2012

รักนะจุ๊บๆ

ทำไมน้องโซเฟียพูดไทยชัด ก่อนหน้านี้เกือบ 9ปี เต็มๆ พูดไทยนิดหน่อยประโยคสั้นๆ เมื่ออยู่กับแม่ตามลำพัง แม่พูดไทย ถามไทย น้องโซเฟียตอบภาษานอร์เวย์ คือฟังไทยเข้าใจ แต่ไม่ยอมพูดไทย และเมื่อเริ่มพูดไทยแบบอยากพูด ประโยคที่แม่ไม่เคยสอน แต่แม่ต้องพูดแน่นอนก็ออกจากปากลูก ทำให้แม่ได้รู้ว่า การแค่ได้ฟังบ่อยๆ มันก็ทำให้คนเราพูดได้เหมือนกัน "เถิบไปหน่อยสิ" เป็นประโยคที่สะท้อนว่าแม่ก็วางอำนาจสั่งการบ่อย และเมื่อได้ยินน้องโซเฟียพูดประโยคต่อไปนี้ แม่ถึงกับวู้บแต่ไม่ว้าบ "ชีวิตน่าเบื่อ" แม่ถาม "รู้ไหมแปลว่าอะไร เป็นภาษาอังกฤษก่อน "Life is boring" แล้วภาษานอร์เวย์หละว่าไง "Livet er kjedelig" เอาแล้วซิ ทำไมลูกเข้าใจความหมายด้วย ไม่เคยสอนลูกเลย ไม่รู้ตัวด้วยว่าพูดประโยคนี้ แล้วทำไมลูกฟังจนพูดได้และเข้าใจความหมาย ถ้าประโยคที่ว่า "เถิบไปหน่อยซิ" ก็พอจะเข้าใจได้ง่าย เพราะมันมีภาษาท่าทางประกอบ ส่วน "ชีวิตน่าเบื่อ" แม่ได้ทำภาษาท่าทางอะไรให้ลูกเห็นจนเข้าใจได้ว่ามันแปลว่าอะไร ถอนใจยาว เมื่อได้ยินลูกพูดประโยคนี้ครั้งแรก แต่มีความสุขทุกครั้งที่ลูกพูดภาษาไทย ไม่ว่าจะได้ยิน "ชิวิตน่าเบื่อ" ประโยคพูดเล่น ตามที่แม่สอน "สวยเหมือนพ่อหล่อเหมือนแม่" ประโยคที่คอยเตือนให้ลูกเชื่อฟังแม่ "เด็กดีไม่ดื้อเด็กดื้อไม่ดีเด็กดื้อน่าตีเด็กดีน่ารัก" แม้บางประโยคพูดไปแบบไม่ได้สอน "โง่จัง" บางประโยคสอนแถมเพราะอยากให้ลูกรู้สำนวนไทย "โง่เหมือนลา" "โง่เหมือนควาย" ประโยคบังคับพื้นฐาน "โซเฟียรักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ" และประโยคสั้นๆ ที่อยากได้ยินจากปากลูกทุกวันก่อนไปโรงเรียน "รักนะจุ๊บๆ" ทำให้ชีวิตแม่ไม่น่าเบื่อเมื่อได้ยิน

เหมือนแม่อยู่กับลูกสาวสองคน

ต้องขอบอกว่าไม่ใช่เฉพาะภาษาไทยอย่างเดียวที่โซเฟียเริ่มใช้ แต่ภาษาอังกฤษก็ได้ปฏิบัติจริง อยู่กันสองคนพี่น้อง พี่พลอยกับน้องโซเฟียคุยกันถ้าติดขัดในการสื่อสาร น้องโซเฟียกลัวพี่พลอยไม่เข้าใจ ก็จะพูดภาษาอังกฤษ สื่อสารกันโดยใช้ อากู๋ทรานสเลทบ้าง และที่ใช้บ่อยมากเห็นจะเป็นเหตุการณ์ที่น้องโซเฟียอยากให้พี่พลอยอยู่ต่อนานๆ เวลาผ่านไป 1สัปดาห์ ตามแผนที่พลอยจะต้องกลับบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อไปสมัครงานอย่างจริงจัง หลังจากเรียนจบมาใหม่ๆ หมาดๆ การหางานล่าช้าไปแล้ว 2เดือนเพราะไปตะรอนหาประสบการณ์ที่ญี่ปุ่น โซเฟียพูดกับพี่พลอยตลอดวเลา "พี่พลอย 2weeks more" เพื่อนคนอื่นๆ เขาก็ได้งานกันไปบ้างแล้ว พี่พลอยยังไม่ได้เริ่มสมัครงานที่ไหนเลย ไหนน้องก็อ้อนให้อยู่ต่ออีก พี่พลอยก็คงลำบากใจแต่ก็เลือกตามใจน้องซะอีก แม้วัยที่ต่างกันมาก แต่ดูแล้วเข้ากันได้ดี โซเฟียแก่แดดขึ้นไปนิดหนึ่งส่วนพี่พลอยก็กลายเป็นเด็กเมื่อยู่กับน้อง ไปไหน ไปได้ตลอด ถ้าพี่พลอยไปด้วย แม่ถาม "โซเฟียไปตลาดนัดกันไหม" โซเฟียถามกลับ "พี่พลอยไปด้วยหรือเปล่า" แม่ตอบ "ไปด้วย" แม่ถาม "แล้วถ้าพี่พลอยไม่ได้ไปด้วยหละ" โซเฟียตอบ "หนูก็ไม่ไป พี่พลอยไปหนูไป พี่พลอยไม่ไป หนูไม่ไป" โซเฟียติดพี่พลอยมาก "แม่หนูชอบพี่พลอยมาก" ทำไมหละ "พี่พลอยใจดี" แม่ใจดีไหม "แม่ดุมาก" แม่ดุแล้วรักแม่ไหม "รักแม่มาก" ทำไมรักแม่มาก "ไม่รู้" ได้ไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน ทำกับข้าวกินที่บ้านด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน เยอะแยะมากมายหลายที่ในช่วงเลา 3สัปดาห์ที่พี่พลอยอยู่กับเรา มันเป็นความสุขที่ลูกได้อยู่กับพี่สาว ส่วนแม่ปลื้มสุดๆ เหมือนแม่อยู่กับลูกสาวสองคน ภาพประกอบ 1.น้องโซเฟียถ่ายรูปพี่พลอยเน้นทรงผมที่น้องโซเฟียออกแบบให้ กับ 2.สวนน้ำที่หัวหิน Black Mountain ที่เราไปเที่ยวด้วยกัน สไลด์สีม่วงสุดยอด ดิ่งมากๆ ขอเชิญชวนไปใช้บริการ เครื่องเล่นของเขามาตราฐาน สถานที่สะอาดสะอ้าน อาหารก็ไม่แพง

เมื่อลูกสาวคนเดียวสุดที่รัก "พูดไทย"

กลับจากเมืองไทยปีนี้ประมาณกลางเดือนสิงหาคม (18/8/2555)อยากเขียนอะไรเยอะแยะเพื่อเก็บไว้เป็นบันทึกความทรงจำ แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที เวลาผ่านมาได้ 2เดือนกว่าถึงจะได้มาเริ่มเขียนวันนี้ ก็เลยไม่ได้อารมณ์สุดๆ แบบตอนนั้นแล้ว แต่ก็จะพยายามนึกและบีบมันออกมา เริ่มด้วยความดีใจสุดล้นเหมือนคนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลใหญ่ เมื่อลูกสาวคนเดียวสุดที่รัก "พูดไทย" แบบไม่เฉพาะกับแม่เหมือนที่เคย แต่เริ่มพูดต่อหน้าคนอื่น พูดแบบมั่นใจ พูดแบบที่ต้องการจะสื่อกับผู้คนรอบข้าง "แม่หนูหิว" ตาชุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง พร้อมพูดว่า "เฮ้ยมันพูดไทยชัดนี่หว่า" ตาชุ่มยิ้มไม่หุบ "แม่หนูเหงื่อแตกอยากกลับบ้าน" แม่ตอบ "อะไรลูกพึ่งมาถึงเอง" "แม่หนูอยากไปห้างสรรพสินค้า" แม่ถาม "ไปทำอะไรลูก" "หนูอยากกินเป็ดเเอ็มโค" และอีกหลายประโยคที่พรั่งพรูออกจากปากของลูก "แม่ร้อนฉิบเป๋ง เปิดแอร์ได้ไหม" "แม่อยากกินต้มยำไก่" "แม่หนูชอบเนื้อทอด" "แม่หนูง่วงนอน" "แม่หนูขี้เกียจ" "แม่เหนื่อยไหม" "แม่รอแป๊บนึง" ฯลฯ สาเหตุที่ทำให้น้องโซเฟียพูดไทย จากการสอบถามลูกโดยตรง "ทำไมโซเฟียพูดไทยเยอะขนาดนี้เนี้ยะ" และคำตอบที่ได้ "หนูไม่อยากไปโรงเรียน" ต้องขอขอบคุณโรงเรียนแย้มสะอาด หัวหิน ที่ให้โอกาสโซเฟียทดลองเรียน 1วันเต็ม แล้วทำให้อาการอยากพูดไทยของโซเฟียกำเริบ ใครที่มีลูกครึ่งแล้วไม่ยอมพูดไทย จะเอาเคล็ดลับนี้ไปใช้ก็ได้นะคะ อาจได้ผลเหมือนกัน ถ้าเอาเป็นแบบวิเคราะห์และสังเคราะห์แล้ว คิดว่าน่าจะมีปัจจัยอื่นๆ อึกที่ทำให้น้องโซเฟียพูดไทย ก็เพราะเราอยู่พักผ่อนที่ประเทศไทยนานขึ้น อยู่ติดบ้านมากขึ้นเที่ยวตะรอนน้อยลง มีญาติมาเยี่ยมเป็นระยะ พี่พลอยอยู่ด้วยตั้ง 3อาทิตย์ มีเพื่อนบ้านที่มีเด็กวัยเดียวกัน น้องซูซานนาซึ่งพูดไทยเก่งมาก เป็นลูกครึ่งเหมือนกัน นิสัยน่ารักน่าเอ็นดู และเด็กทั้งสองก็เข้ากันได้ดี เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน มีง๋องแง๋งกันบ้าง ก็ตามประสาเด็ก มีต่ออีก แต่ขอเขียนโพสท์ต่อไป
ป

Monday, May 28, 2012

รูปภาพจำลองที่ Knossos

พาโซเฟียไปเที่ยวที่เกาะเครต้าประเทศกรีซมา 1สัปดาห์เต็มๆ เมื่อ 5-12 พค.2555 เก็บภาพมาไม่เยอะเท่าไร เพราะความขี้เกียจ และ 5รูปต่อไปนี้เป็นรูปภาพจำลองที่ knossos รวบรวมไว้ที่บล็อกนี่ก็แล้วกัน ไว้เป็นที่ระลึก...

Friday, April 13, 2012

ปีใหม่ไทย 13 เมษายน มหาสงกรานต์

คิดไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าน่าจะเขียนอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียพลังงานไปกับการโต้แย้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงคิดได้แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเท่านั้น มองข้ามคนอื่น เรียกว่าพวกเข้าข้างตัวเองเห็นแก่ตัวน่าจะได้ เริ่มจากนำเสนอให้คนอื่นรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองต้องเป็นผู้รับผิดชอบหน้าตาเฉย ต่อด้วยเอาของคนอื่นไปโดยไม่ขออนุญาต พวกถือสิทธิ์ อ้างสิทธิ์ แล้วบอกกับบุคคลที่สามว่าได้บอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โกหกปลิ้นป้อน ได้ผลประโยชน์จากการกระทำของตนเองในรูปเงินตรา กลับใชัคำว่า "ช่วย" เหลือผู้อื่น แถมทวงบุญคุณ ไม่น่าฉลาดน้อยเข้าใจผิดกับเรื่องง่ายๆ แบบนี้ แต่ที่แน่ๆ ออกจะน่าไม่อายนะที่คิดได้แบบนี้

หลักพุทธศาสนาที่สอนให้ลด อัตตา ตัวกูของกู ยังต้องพยายามลดให้ได้ แล้วพวกที่หน้าที่ของตนไม่ปฏิบัติ โยนความรับผิดชอบให้ผู้อื่น สิ่งของที่ไม่ใช้ของตนแต่อ้างสิทธิ์เอาไปโดยไม่ได้รับอนุญาต อ้างว่าได้ช่วยเหลือทั้งๆ ที่ตนทำไปนั้นเพราะได้เงินตราตอบแทน สรุปได้ว่า ไม่ใช่ของกูแต่กูจะเอา อย่างไรก็ตามการสรุปนี้ก็เป็นการวิเคราะห์การสังเคราห์การมองจากตัวดิฉันเอง ยังนึกๆ อยู่ว่าเป็นไปได้ว่าตัวเองอาจจะไม่เป็นกลาง ไม่เดินสายกลางเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งนี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์จะเข้าข้างตัวเอง

เพื่อเป็นการตั้งสติให้เข้าใจโลก เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เนื่องในวันปีใหม่ไทย 13 เมษายน มหาสงกรานต์ ได้พยายามรวบรวมสิ่งดี ที่เป็นประโยชน์ จาก ว.วชิรเมธี หวังว่าจะทำให้ตัวดิฉันเองสงบจิตสงบใจกับเรื่องราวที่เข้ามากระทบและรบกวนได้บ้างไม่มากก็น้อย และผู้หลงเข้ามาอ่านได้นึกคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่เข้ามากระทบแล้วสามารถมองอย่างเป็นกลางได้มากน้อยเพียงไร
"ไม่มีสิ่งใดจะน่าละอายไปกว่าการไม่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง" (มหาตมะ คานธี)