Monday, January 06, 2014

ไปเที่ยวเวียดนามมาค่ะ โฮจิมินห์ซิตี้

เมื่อ 15-22 กค 2556 ไปเที่ยวเวียดนามมาค่ะ กว่าจะมาเขียนวันนี้ 22 ธค ก็ปาเข้าไป 5เดือน ใครจะไปจำอะไรได้ เลยต้องกดดูรูปที่ถ่ายไว้ แล้วก็ค่อยๆ นึกว่าได้ทำอะไรบ้าง  เริ่มจากลูกสาวน้องโซเฟียนอนในห้องของโรงเแรมที่พักค่ะ เราพักที่ Saigon Family Hotel  เตียงดับเบิ้ล 2เตียง มาม้ากับป่าป๋า 1เตียง โซเฟียได้ เตียงใหญ่คนเดียว สบ๊าย สบาย โปรดสังเกตุเท้าทั้งสองที่ลอยคงสบายน่่าดู
มาเริ่มเขียนต่อวันนี้วันที่ 6 มกราคม 2557 เราไปเที่ยวและพักที่ โฮจิมินห์ ซิตึ้ค่ะ   ช็อปปิ้งตามห้างต่างๆ ไดมอนด์พลาซ่า ของแบร์ดเนม แพงเท่ากันหมดทั่วโลก ก็ตามยี่ห้อน่ะ  รสนิยมสูงแต่รายได้ไม่พอเลยไม่ได้ซื้ออะไร ไปบิ๊กซีมาด้วยนะ โซเฟียบอกชอบห้างนี้เพราะลักษณะเหมือนห้างที่เมืองไทย แล้วก็ห้างที่ไปสามรอบ ที่นี่ช็อปค่ะ ทั้งอาหารเสื้อผ้า ได้เสื้อยืด ชุดนอน แล้วก็ ชุดเอาใหญ๋ เสื้อคุมมังกร จำชื่อไม่ได้แล้วว่าชื่อห้างอะไร น่าจะชื่อห้างไซง่อนอะไรนี่่แหละ และก็ไปเดินห้างวินคอนเซ็นเตอร์ที่นี่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร ได้แต่กินอาหาร ส่วนตลาดเบนถั่น น่ากลัวมาก แม่ค้าอยากขายของมากจัดจนเกินงาม ดึงไม้ดึงมือ จนเราที่อยากซื้อไม่กล้าซื้อค่ะ แต่ก็ซื้อเสื้อยืดไป 2ตัวเพื่อเอาตัวรอดบวกให้กำลังใจแม่ค้าไปเพราะอยากให้เขาได้ยิ้ม ขอบอกว่ากดดันมากค่ะ ขอใช้คำว่า "desperate" ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ขอกลับไปอีก กลัวจริงๆ  ได้มาซื้อของตรงฝั่งแผนก fix price เสื้อยืด 1ตัว กางเกง 6ตัว ค่อยซื้อได้อย่างสบายใจหน่อย เพราะแม่ค้าขายตามปรกติไม่ได้กดดันอะไร

อาหารที่กิน บะหมี่เป็ดน้ำ ปอเปี๊ยะ  ขนมปังฝรั่งเศสไส้เต้าหู้ ผัดไทย อาหารญี่ปุ่น ไก่เคเอฟซี ฯลฯ และเบียร์หลายๆ ยี่ห้อที่ดื่ม กาแฟเวียดนามชื่อเสียงว่ารสชาติดีเพียงใด ของเขาดีจริงอร่อยจริงค่ะ เงินที่ใช้สกุลดง (VND) ทำให้การคำณวน ยากขึ้นเพราะตัวเลขที่เยอะ กดเงินใช้กันเป็นล้านๆ ดง ทุกครั้ง รวยจริงนะเรา ไม่ใช่อะไรทุกครั้งที่กดมีค่าธรรมเนียม เราเลยต้องกดจำนวนเงินที่คำนึงถึงผลของการจ่ายค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด สรุปสั้นๆ  ราคาอาหารก็พอๆกับเมืองไทย บางอย่างก็แพงกว่าด้วยนะ แต่เพราะ ส่วนใหญ่เรากินในห้าง ร้านอาหารที่ดูดี/ภัตราคารเป็นหลัก อาหารที่เมืองไทย อร่อยถูกปากกว่า  กาแฟเวียดนามรสชาติดีมากค่ะ ส่วนเบียร์ชอบยี่ห้อไซง่อนมากสุด


ทัวร์ที่ไปมา ซิตี้ทัวร์เช้าชมพิพิธภัณฑ์ วัดจีน ตลาดสด เยาวราชเราเจ๋งกว่าเยอะ ไปดูหุ่นกระบอกน้ำ ก่อนไปล่องเรือแม่น้ำไซง่อนกินอาหารเย็น ต้องขอเตือนเรื่องเข้าชมหุ่นกระบอกน้ำ ทรมานมากค่ะเพราะเสียงดัง ดนตรี คนร้องประกอบการแสดง แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งค่ะ ได้เข้าชมความบันเทิงสมัยก่อนเฉพาะสำหรับเจ้า  ล่องน้ำโขง ดูการทำแผ่นปอเปี๊ยะ ทอฟฟี้น้ำตาล และการแสดงร้องรำทำเพลงของชาวบ้าน พายเรื่อในล่องสวนฯ ก็สไตล์เอเชียๆ ซึ่งดิฉันว่าธรรมดาสำหรับคนเเอเชียด้วยกัน ได้ไปวัดอะไรมานะชื่อจำไม่ได้แล้วที่มี 3ศาสนา ดูแล้วเหมือนเขาจัดทำสำหรับนักท่องเที่ยวโดยตรง อ้อนึกออกแล้ว "วัดเกาได๋" แล้วก็ไป อุโมงค์กู๋จี อันนี้ดีหน่อยคือตื่นเต้น ถือว่ามาดูประวัติศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ อาวุธต่างๆ ที่ชาวเวียดนามประดิษฐ์ไว้ต่อสู้กับศัตรู เทคนิคต่างๆ  การเอาตัวรอด  คำเตือนนั่งรถบัสไปเที่ยวที่ต่างๆ 2-3ชั่วโมง ทรมานมากเพราะว่า ถนนที่นี่ รถขับไปกระเด้งไปตลอดทางค่ะ  แล้วการจาราจรในตัวเมือง เรียกว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ให้บริการช่วยข้ามถนนเต็มไปหมด ดีนะที่เกิดที่เมืองไทย โตที่เมืองไทย เรื่องข้ามถนนที่เวียดนามเลยไม่ยากลำบากชิวๆ ค่ะ




Tuesday, December 10, 2013

รักเธอประเทศไทย

ปีนี้ไปอยู่เมืองไทย 3เดือนกว่า 12 พค ถึง 16 สค ไม่ค่อยได้ใช้เวลากับคอมฯ เลย ตื่นแต่เช้า กวาดบ้านปัดฝุ่น หมดเวลาแล้ว กลับมานอร์เวย์ได้เกือบจะ 4เดือนแล้วก็ ไม่ได้เข้ามาอัฟเดท บล็อกนี้เลย ว่าจะมาบันทึกเรื่องเดินทางไปเวียดนามเมื่อ 15-22 กค ก็ไม่ได้ทำ จนลืมเลือนไปหมดแล้ว แต่ยังไงต้องมาเขียนไว้ในโพสท์ต่อไป วันนี้ติดไว้ก่อน อ้อพูดถึงเรื่องเที่ยวเมื่อ 28 ตค จองตั๋วไปบาร์เซโลน่าแล้วนะ  ปีหน้า 24 พค ค้างออสโล 1คืน แล้ว 25-30 พคไปลุยสเปนกัน จริงๆ คงไม่ได้ลงลุยอะไรหรอก ชอบแบบสบายกาย สบายใจ สบายกระเป๋า จองโรงแรมที่ออสโลไว้แล้ว แต่ที่บาร์เซโลน่าว่าจะลองแบบ last minute เผื่อได้แบบคุณภาพ 5 ดาว ราคา 2 ดาว โรงแรมเยอะเหลือเกิน แบบ self catering ก็กลาดเกลื่อน ดูคร่าวๆ ว่าจะไปเที่ยวไหนบ้างไว้แล้ว แต่พอใกล้ๆเวลาเดินทางจริง คงต้องดูกันใหม่เ เพราะว่าแก่ จำอะไรไม่ค่อยได้ แต่มีอะไรจะบอก

อยากบอกว่ารักประเทศไทยที่สุด ทำยังไงให้เหตุการ์ณคลี่คลายไปในทางที่ดี ช่วยกันแก้ปัญหาให้ถูกจุด ภาพรวมที่เห็นตอนนี้ก็คือคนไทยทะเลาะกัน แบ่งแยก ขาดความสมัคคี.....อยากเห็นความสามัคคีในหมู่คนไทย  อยากเห็นประเทศไทยมีผู้นำที่ดีมีความสามารถนำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง บริหารจัดการ นโยบาย ทำเพื่อคนไทยทุกคนกระจายอย่างเท่าเทียมยุติธรรม....

หักมุขไหมเนี๊ยะคนละเรื่องเดียวกัน ไม่นะขอบอก...รักเธอประเทศไทย ถ้ามีโอกาสจะกลับไปอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


รูปภาพประกอบจาก www.kapook.com

Sunday, May 05, 2013

อยากเก็บเอาไว้ ขอบคุณพี่ปม และเพื่อนเอ๋

วันนี้ 5 พค 2556 ได้รับลิงค์จากเพื่อนเอ๋ ว่าพี่ปม (Sood Raktham) ช่วยรีวิวที่พัก "บ้านรื่นรมย์" ชะอำ ให้ ปรากฏทำไปเกือบเสร็จแล้ว กระทู้ถูกลบ ทั้งนี้อาจเกิดจากความตั้งใจดีของพี่ปมที่อำนวยความสะดวกสุดๆ ให้กับเพื่อนๆ และผู้สนใจ เลยแปะลิงค์เว็บไซท์ไว้ให้  เป็นจุดที่เข้าใจว่าทำไมกระทู้โดดแบน ข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่งคือรูปภาพที่พี่ปมอัฟโหลดไว้ที่เว็บนั้นสวยมาก สวยแบบที่โรงแรมหรูเขาให้ช่างภาพมืออาชีพทำให้ โทษฐานรูปภาพงามเกินอีกกระทงนะพี่ปม:) ล้อเล่น

ด้วยความที่พี่ปมกับเพื่อนเอ๋และลูกสาวไปพักที่คอนโดบ้านรื่นรมย์แล้วชอบอกชอบใจที่พักมาก เจตนาดีอยากบอกต่อ ประมาณ "บันทึกนักเดินทาง" ผู้ที่มีความสามารถระดับโปรในการถ่ายภาพ เลยเน้นถ่ายรูปชัดๆ หลายๆ มุม พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ประกอบ ดิฉันเสียดายมาก เลยก๊อปมาแปะไว้ที่บล็อกนี้ก่อน รูปภาพดาวโหลดเก็บไว้ได้หมด แต่คำบรรยายภาษาที่พี่ปมเขียนไว้ ถ้าหายไปไม่ได้ออนแอร์ น่าเสียดาย อยากเก็บเอาไว้ เพราะเป็นความตั้งใจดีที่พี่ปมเขาทำสนับสนุนน้อง และอยากให้เพื่อนๆ  ผู้ที่สนใจที่อยากเปลี่ยนรูปแบบที่พักเป็นแบบสบายๆ ที่แตกต่างจากการพักโรงแรม (ก๊อปมา 99เปอร์เซ็นต์นะคะ)

[CR]รีวิวที่พัก "บ้านรื่นรมย์" คอนโดติดทะเล สำหรับครอบครัวพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปพักบ้านเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งเขาได้แต่งงานและย้ายไปอยู่นอร์เวย์ เพื่อนผมมีคอนโดติดทะเลซื้อเอาไว้ที่ชะอำ ซึ่งเขากะจะไว้หนีหนาวมา ได้เปิดให้เช่าในระหว่างที่ครอบครัวยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ เป็นการพักในรูปแบบที่ต่างจากการพักตามโรงแรม แบบสบาย ๆ นำอาหารขึ้นไปทานได้ถึงห้องพัก ประกอบอาหารก็ได้ ราคามิตรภาพ ไม่แพงอย่างที่คิดและได้เห็นภาพห้องนะครับ เชิญติดต่อกับเจ้าของได้เลยครับ ผมเพียงแค่ช่วยเขาประชาสัมพันธ์ บอกกล่าวข้อความให้ทราบ เพราะผมก็จ่ายเงินในราคาพิเศษ ซึ่งเพื่อนคิดให้ทั้งที่เป็นช่วงสงกรานต์ครับ
เจ้าของห้องเพื่อนรุ่นน้องผม ชื่อ วงศ์จันทร์ อันโตนเซน ติดต่อดูห้องพัก และ ช่วงเวลาที่ว่างได้จากลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ
http://www.cha-am.iowners.net/home.html
แผนที่เดินทางไปที่พัก

หน้าตาคอนโด หากมองจากที่พัก สบายใจเรื่องการจอดรถ มียามเฝ้าให้ตลอด 24 ชั่วโมง และอัธยาศัยดีมาก ช่วยเหลือเราขนของ

ภายในอาณาเขตที่พัก มีที่จอดรถรองรับได้มาก และปลอดภัยเนื่องจากมียามรักษาการณ์ ตลอดครับ ตึกนี้มี 23 ชั้น 2 ลิฟต์

ห้องพักค่อนข้างใหญ่ มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น มีโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่ และส่วน   ประกอบอาหารด้วย : ภายในห้องรับแขก 

ห้องรับแขก อีกมุมครับ 

มุมทานอาหารเล็ก ๆ
 
อีกมุมนึงของโต๊ะทานอาหาร ข้าง ๆ ซ้ายมือจะเป็นทางเข้าห้องนอนใหญ่
 
จากห้องรับแขก ระเบียงด้านหน้าห้องพัก มีความยาวเท่ากับห้องพักเลยครับ มีเก้าอี้พลาสติกให้นั่งรับลมหน้าระเบียง 4 ตัว

มองไปทางขวามือจะเห็นวิวทะเล แต่ก่อนจะถึงทะเล ถึงราวตากผ้าเล็ก ๆ ก่อน จะซักผ้า ตากผ้า อย่าลืมหนีบไว้นะครับ
 
ภาพนี้ถ่ายจากระเบียงบริเวณห้องนอนใหญ่ มองออกไปทะเล ด้านล่างจะเห็นสระว่ายน้ำ มีส่วนของเด็กเล็กแยกต่างหากออกไป

 มุมมองจากระเบียงเดิม หันหลังให้ทะเลครับ
 

ดูวิวจากระเบียงแล้ว ลองมาดูข้างในกันบ้าง เริ่มที่ห้องนอนเล็กก่อนเลยครับ เป็นเตียง twin ขนาดเล็ก
 
เปิดประตูห้องเข้ามา

เดินเข้ามาจนสุดและถ่ายออกไป ห้องนอนนี้มีขนาดเล็ก แต่ 2 คน นอนได้สบาย ๆ ครับ
 
  
ห้องนอนนี้ รุ่นน้องผมคงแต่งไว้ให้ลูกสาวแน่เลย ให้โทนสีหวานอ่อนโยนมาก

 ดูห้องนอนเล็กแล้วก็มาดูห้องนอนใหญ่หรือ master bed room กันบ้างครับ ทางเข้าห้องนอนใหญ่

ห้องนอนให้สีเขียวอ่อน มองจากเตียงนอนออกไปจะเห็นวิวของบ้านทรงไทย และทิวยอดมะพร้าว



 เดินเข้าไปอีกนิด หากมองจากเตียงนอน ก็จะเห็นทะเล



มุมแต่งตัวและทางเข้าห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้องนอนใหญ่ครับ


ตู้ข้าง ๆ นี้ สำหรับเก็บเครื่องนอน และผ้าเช็ดตัว เนื่องจากผมพักแค่ 2 คืน เลยไม่ได้เปลี่ยน หากพักหลายคืนจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ติดต่อส่วนกลางได้เลยครับ มันจะมีค่าใช้จ่ายในการซักผ้า (เอ..เรียกถูกไหมไม่แน่ใจ) ที่นี่เขาบริการดีมาก ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้พักตลอด


 ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ครับ

อีกมุมนึงครับ ภายในห้องน้ำ ถ่ายภาพจากด้านในออกมา
 

Saturday, April 06, 2013

และแล้วก็ได้กินพิซซ่าที่อิตาลี

เรากินพิซซ่า 3มื้อ 3ร้าน ใน 7วันของการเดินทาง มื้อเย็นแรกของวันแรกคือวันจันทร์แน่นอนต้องขอชิมพิซซ่า ถ่ายรูปแทบไม่ทัน เพราะตัวกินพิซซ่ามาด้วย ร้านอยู่ใกล้ๆ โรงแรม กุ๊กกับคนเสริฟ หน้าตาเอเชีย คือจริงๆ ก็คนเอเชียมาจากไหนไม่รู้ แต่ฟังเขาพูดเล่าเรื่องต่างๆ กับลูกค้าโต๊ะข้างๆ เข้าใจว่า มาจากฮองกงนะ พูดภาษาอิตาลีปนกับภาษาอังกฤษนิดหน่อย เข้าใจหมดเลย เก่งจริงพวกเรา พิซซ่าอร่อยแต่อยากให้คนอิตาลีทำให้กินอ่ะ รอมื้อต่อไปว่าจะได้กุ๊กอิตาลีหรือเปล่า มื้อต่อไปเป็นมื้อกลางวันของวันพุธซึ่งเป็นมื้อกลางของการเดินทางเที่ยวนี้ กินกันที่เวเนเซีย ไม่เห็นกุ๊กนะ พิซซ่าเป็นแบบทำเตรียมไว้เสร็จแล้ว ตัดเป็นชิ้นๆ แล้วด้วย พอสั่งเขาก็เอาไปอุ่นแล้วเสริฟ คนขายน่าจะเป็นเจ้าของร้าน เป็นคนอิตาลี หน้าตาท่าทางการต้อนรับแขก แกอิตาลี้อิตาลี ลูกค้าคนอังกฤษจะขอสั่งให้ทำใหม่ตามเมนู แกบอกไม่มี แล้วเอานิ้วชี้ที่ลูกตาของแก แล้วบอกให้แขกดูตามว่ามีเฉพาะในตู้โชว์เท่านั้น ดูเหมือนไม่ค่อยสุภาพ แต่คิดอีกที่คงเป็นไสตล์ของชาติเขา ดูร้อนแรงแบบตรงๆ ดี น้องสาวแกที่ช่วยขายช่วยเสริฟ บอกแกเป็นภาษาอิตาลีให้ "รีแล็กซ์" ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แกแปลให้ฟัง แกพูดเป็นภาษาอังกฤษกับดิฉันบอกว่า "My father said "relax" "relax"..." แล้วแกก็ชี้ไปที่น้องสาวแก แล้วแกก็ถามเป็นภาษอิตาลีอีกครั้งว่า ... ฟังไม่ออก รู้อีกที่ แกถามน้องสาวแกว่า "น้องสาวภาษอังกฤษ พูดยังไง..." ตกลงไม่ใช่ My father แต่เป็น My sister แทน อยู่เมืองท่องเทียวขนาดนี้ น้องสาวของฉัน ยังได้ My father... แต่แกใจดีนะ ดิฉันไม่มีเงินสด ต้องใช้การ์ด เงื่อนไขคือใช้การ์ดได้แต่ต้องสั่งอย่างน้อย 20ยูโร กินไปก็ไม่รู้ราคาเท่าไร พอจ่ายตังค์ 19.50 ยูโร แกก็จะขอเงินสด บอกไม่มี แกถามอีก ไม่มี ยืนยันสุดๆ ว่าไม่มีิเงินสดจริงๆ ยังไงกินเพิ่มอีกก็ได้นะ ให้เกิน 20ยูโร แกเลย หยวน หยวน ปิ๊ด จ่าย ไปดีกว่า เดี๋ยวถูกด่าเป็นภาษาอิตาลี มื้อต่อไปเป็นวันอาทิตย์มื้อเย็นสุดท้ายที่มิลาน มื้้อนี้แม่กับลูกอยากกินอาหารเอชียอีกคือเมื่อวันอังคารกินอาหารจีน ส่วนวันศุกร์กินอาหารญี่ปุ่น โซเฟียติดใจอาหารญี่ปุ่น ส่วนแม่ว่าอาหารจีนก็ดีเหมือนกันนะลูก แต่ให้พ่อเลือก พ่อว่าน่าจะกินพิซซ่าอีกมื้อก่อนกลับ ได้ๆ ไม่มีปัญหา โซเีฟียกับแม่เห็นพร้องต้องกัน..."ตามใจป่าป๋า" พ่อถามที่โรงแรมให้แนะนะร้านพิซซ่า เน้นว่าขอแบบดั้งเดิม เตาถ่าน กุ๊กคนอิตาลี รีเซฟชั่นหนุ่มใหญ่ยืนยันมั่นใจบอกว่าไม่น่าใช่คนจีน พอเราไปที่ร้าน ปรากฎว่า เตาถ่าน แต่กุ๊กคนจีน สาวเสริฟจีน แคชเชียร์จีน ส่วนลูกค้าอิตาลีทั้งน๊าน เรื่องสนนราคาพิซซ่าที่นี่ ร้านแรกว่าไม่แพง 10ยูโรต่อ1ถาด ร้านที่สองไม่รู้ราคาแน่ชัด ร้านสุดท้ายถูกกว่า 7ยูโรต่อถาด ร้านแรกเนื้อแป้งเยอะกินอิ่ม แบบแทบไม่หมด ร้านที่สองเนื้อแป้งแบบขนมปังกรอบ ร้านที่สามดูตัวอย่างจากโต๊ะของลูกค้าที่กำลังกินกันอยู่ ดูแป้งหนา เลยสั่งแค่ 2ถาดก่อน กลัวกินไม่หมด แต่กินจริงๆ เนื้่อแป้งไม่เยอะนะ ต้องสั่งเพิ่มอีกถาด เพราะยังไม่อิ่มแบบส่ะใจ ทั้ง 3ร้าน ไม่มีซอสมะเขือเทศให้ เข้าใจว่าที่นี่เขากินพิซซ่าแบบไม่ต้องใส่ซอสมะเขือเทศ รสชาติอร่อยทั้ง 3ร้าน แต่ให้โหวดร้านไหนอร่อยสุด คงต้องยกให้ร้านสุดท้ายจ้า (ตามรูปที่ 1 และ 2 ถ่ายโดยป่าป๊า)ต้องขอบอกว่า "และแล้วก็ได้กินพิซซ่าที่อิตาลี"

Friday, March 22, 2013

เรื่องเที่ยวๆ ของเราครอบครัวเล็ก

เมื่อต้นเดือนกุมภาฯ คิดจะเข้ามาอัฟเดทบล็อก เพราะได้ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างที่คิด วันนี้เข้ามาบันทึกข้อมูลเก็บไว้เป็นเรื่องเที่ยวๆ ของเราครอบครัวเล็ก ปีนี้ดิฉันจะกลับไปร้อนอยู่เมืองไทยเกิน 3เดือน ส่วนสมาชิกในครอบครัวเล็กจะตามมาอยู่ด้วยตอนปิดเทอมหน้าร้อน 2เดือนเต็ม เพื่อไม่ให้เบื่อและถือโอกาสเที่ยวโซนเอเชีย หลังจากได้ตั๋วเครื่องบินกลับไทย สองวันต่อมาก็ได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ซิตี้ 7วัน เดินทางกลางเดือนกรกฎาคม เรียกว่าจองจ่ายกันล่วงหน้าอีกแล้วค่ะท่าน 4เดือนกว่าๆ ก่อนเดินทางจริง และเพื่อความพร้อมสรรพก็ตามมาด้วยการจองโรงแรม สรุปได้ที่ 3ดาวครึ่ง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะว่าเราไม่สนใจสระว่ายน้ำ หรือห้องออกกำลังกายอุปกรณ์ครบครันในโรงแรม คืีอคิดว่าคงไม่ได้ใช้บริการในส่วนนี้ เลยเลือกที่จะจ่ายสำหรับห้องนอนขนาดใหญ่ 50ตรม. 1เตียงดับเบิ้ล 1เตียงเดี่ยว นอนสบายทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ประเภทห้องบิ้วซีเนสเดอลุกซ์ซึ่งอยู่ชั้นสูงๆ ซิตี้วิว อาหารเช้าหลากหลาย ดีกว่าจ่ายราคาเดียวกันให้กับห้องเล็กๆ ในโรงแรมที่มีจำนวนดาวมากกว่า ไลฟ์สไตล์คือกินกับนอนเรื่องใหญ่ ออกกำลังกายไม่ต้อง เพราะต้องเก็บแรงไปตะเวนเที่ยวกับทัวร์รายวัน กะไว้วันเว้นวัน แล้วก็พักผ่อนโดยขอใช้บริการนวดและสปาของชาวเวียดนาม... คนมีเงินน้อยแต่อยากเที่ยว ก็ต้องวางแผนล่วงหน้านานหน่อย เลือกซื้อตั๋วตอนโปรโมชั่น โรงแรมลดราคา เงื่อนไขพิเศษ จ่ายแล้วขอเงินคืนไม่ได้ อะไรประมาณนี้ ไปเที่ยวเวียดนามครั้งนี้ก็จ่ายไปน้อยกว่าราคาครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม เช่นเดียวกับราคาที่จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมไปเทียวมมิลาน

และแล้วอีก สองวันกว่าๆ ก็จะได้เดินทางไปมิลาน-เวนีส ประเทศอิตาลี เวลาผ่านไปไวจริงๆ หรือว่าช้าหนอ จองจ่ายล่วงหน้า 7เดือนสำหรับทริปนี้ คงได้ถ่ายรูปเยอะถ้าไม่ขี้เกียจ ดูที่เที่ยวที่กินเตรียมไว้แล้ว ส่วนตั๋วรถบัสไปกลับสนามบินไโรงแรม ตั๋วรถไฟไปกลับมิลาน-เวนีส ก็ซื้อไว้พร้อม เหลือจัดกระเป๋าอย่างเดียว จะพยามเก็บรูปมาฝากนะบล็อกจ๋า... ลิงค์รูปภาพประกอบ

Friday, October 26, 2012

ภารกิจสำคัญของแม่จัดให้ลูก

กลับจากเมืองไทยปีนี้ สิ่งที่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันและรวดเร็วเห็นจะเป็นเรื่องเที่ยว "ภารกิจสำคัญของแม่จัดให้ลูก" เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างเนินนานทีเดียว เพราะเดินทางจริงปีหน้า อีสเตอร์ พ.ศ.2556 รวมเวลาก่อนเดินทางประมาณ 7เดือน ก็สายการบินนอร์เวเจียนเขาฉลองครบรอบ 10 ปี มีตั๋วราคาถูกพิเศษไปยุโรป เคยคุยกันไว้เราน่าจะไปกินพิซซ่าที่อิตาลีกันสักครั้ง แล้วจะได้รู้ว่าพิซซ่าของแท้ที่อิตาลีหรือฝีมือแม่อันไหนจะอร่อยกว่ากัน เมืองที่เลือกก็คือมิลาน ดูราคาตั๋วแล้วถูกจริงถูกใจ ประมาณครึ่งนึงของราคาที่ควรจะเป็น ก็เลือกช่วงอิสเตอร์โดยเพิ่มเงินอีกหน่อย โซเฟียจะได้ไม่ต้องหยุดโรงเรียน ว่าแล้วก็ซื้อตั๋วกันเลย (28/8/2555) ตั๋วได้แล้วจ่ายตังแล้ว ก็มาดูโรงแรมกันบ้าง ครั้งที่ไปอันทาลีย-ตุรกี กับเครต้า-กรีซ เลือกแบบออลอินคลูซีฟ ปรากฏว่ากินกันแบบไม่กลัวอ้วน เพราะอ้วนอยู่แล้ว กินคุ้มสุดๆ แล้วที่เครต้า เบื่ออาหารกรีกจะตาย แต่ถ้าไปกินข้างนอกก็เปลืองตัง ทนกินต่อไปเพราะจ่ายแบบเหมารวมอาหาร ดังนั้นครั้งนี้จองแต่โรงแรมรวมอาหารเช้าก็พอ เพราะทริปนี้เราจะตะเวนหาอาหารอิตาเลี่ยนกินกัน โรงแรมที่หาไว้เน้นอยู่ในตัวเมืองใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักของมิลาน และสถานีรถไฟ (Milano Central railway station) เราจะนั่งรถไฟไปเที่ยวเวนิส และอาจได้ใช้บริการรถไฟไปเหยียบแผ่นดินสวิสฯ หรือฝรั่งเศสด้วย จากการตรากตรำอ่านค้นหาข้อมูลโรงแรมที่มิลานหลายสิบเว็บฯ ในที่สุดก็ได้โรงแรมที่ถูกใจคือ ตรงตามเป้าหมาย และเป็นโรงแรมที่ได้รับคะแนนโหวดสูงจากแขกที่ไปพัก ราคาก็พอไหวเพราะเลือกแบบจ่ายแล้วห้ามขอเงินคืน (non refundable)ไหนๆ ก็ตั้งใจเที่ยวเต็มที่ จ่ายก่อนล่วงหน้า 7เดือนจะเป็นไรไป ชื่อโรงแรม The Berna Hotel 4ดาว แขกหลายคนที่ไปพักแล้วรับประกันอาหารเช้าอร่อยและมีคุณภาพมาก อาหารเช้าของโรงแรมอาจได้เป็นทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันของเรา กินข้างนอกมื้อเย็นอย่างเดียวก็พอเนอะ ประหยัดกันหน่อยนะลูก ทริปนี้มีโอกาสน้ำหนักลดลงบ้าง Images of Hotel Berna, Milan
Images of Hotel Berna, Milan
Pictures of Hotel Berna, Milan
Pictures of Hotel Berna, Milan
ภาพประกอบจาก tripadvisor

Thursday, October 25, 2012

รักนะจุ๊บๆ

ทำไมน้องโซเฟียพูดไทยชัด ก่อนหน้านี้เกือบ 9ปี เต็มๆ พูดไทยนิดหน่อยประโยคสั้นๆ เมื่ออยู่กับแม่ตามลำพัง แม่พูดไทย ถามไทย น้องโซเฟียตอบภาษานอร์เวย์ คือฟังไทยเข้าใจ แต่ไม่ยอมพูดไทย และเมื่อเริ่มพูดไทยแบบอยากพูด ประโยคที่แม่ไม่เคยสอน แต่แม่ต้องพูดแน่นอนก็ออกจากปากลูก ทำให้แม่ได้รู้ว่า การแค่ได้ฟังบ่อยๆ มันก็ทำให้คนเราพูดได้เหมือนกัน "เถิบไปหน่อยสิ" เป็นประโยคที่สะท้อนว่าแม่ก็วางอำนาจสั่งการบ่อย และเมื่อได้ยินน้องโซเฟียพูดประโยคต่อไปนี้ แม่ถึงกับวู้บแต่ไม่ว้าบ "ชีวิตน่าเบื่อ" แม่ถาม "รู้ไหมแปลว่าอะไร เป็นภาษาอังกฤษก่อน "Life is boring" แล้วภาษานอร์เวย์หละว่าไง "Livet er kjedelig" เอาแล้วซิ ทำไมลูกเข้าใจความหมายด้วย ไม่เคยสอนลูกเลย ไม่รู้ตัวด้วยว่าพูดประโยคนี้ แล้วทำไมลูกฟังจนพูดได้และเข้าใจความหมาย ถ้าประโยคที่ว่า "เถิบไปหน่อยซิ" ก็พอจะเข้าใจได้ง่าย เพราะมันมีภาษาท่าทางประกอบ ส่วน "ชีวิตน่าเบื่อ" แม่ได้ทำภาษาท่าทางอะไรให้ลูกเห็นจนเข้าใจได้ว่ามันแปลว่าอะไร ถอนใจยาว เมื่อได้ยินลูกพูดประโยคนี้ครั้งแรก แต่มีความสุขทุกครั้งที่ลูกพูดภาษาไทย ไม่ว่าจะได้ยิน "ชิวิตน่าเบื่อ" ประโยคพูดเล่น ตามที่แม่สอน "สวยเหมือนพ่อหล่อเหมือนแม่" ประโยคที่คอยเตือนให้ลูกเชื่อฟังแม่ "เด็กดีไม่ดื้อเด็กดื้อไม่ดีเด็กดื้อน่าตีเด็กดีน่ารัก" แม้บางประโยคพูดไปแบบไม่ได้สอน "โง่จัง" บางประโยคสอนแถมเพราะอยากให้ลูกรู้สำนวนไทย "โง่เหมือนลา" "โง่เหมือนควาย" ประโยคบังคับพื้นฐาน "โซเฟียรักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ" และประโยคสั้นๆ ที่อยากได้ยินจากปากลูกทุกวันก่อนไปโรงเรียน "รักนะจุ๊บๆ" ทำให้ชีวิตแม่ไม่น่าเบื่อเมื่อได้ยิน